คนแรกเค้าคือนายทวารทีมชาติอิตาลี ด้วยผลงานลงเล่นให้ทีมชาติกว่า 126 นัด ตลอด 17 ปีที่ผ่านมาของบุฟฟ่อนsbobetเลยยกให้เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนี้เลยก้อว่าได้ครับ ด้วยผลงานที่โดดเด่นของบุฟฟ่อนนั้นคือการที่พาทีมชาติอิตาลีของเค้า เถลิงบรรลังแชมป์โลกได้สำเร็จได้ในปี 2006 ด้วยฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวาบวกกับประการณ์ของเค้าที่ได้รับใช้ทีมชาติอิตาลีมาอย่างยาวนาน ทำให้เค้าได้รับความไว้วางใจ จากโค้ชและเพื่อนร่วมทีมให้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติพาทีมลุยฟุตบอลโลกในปีนี้ครับ
กัปตันคนต่อมาคือหนึ่งในสุดยอดนักเตะที่น่ากลัวที่สุดประจำทัวร์นาเมนต์นี้คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในเรื่องความสามารถในการเป็นนักฟุตบอลของเค้าไม่มีใครปฏิเสธว่าเค้าคือหนึ่งในยอดแข้งแห่งยุค แต่เมื่อเค้าได้รับบทบาทใหม่ ด้วยการเป็นกัปตันทีมเค้าก้อทำหน้าที่นี้ได้ไม่แพ้กัน โดยเค้าเป็นผู้นำทีมชาติ โปรตุเกสพลิกผ่านเค้ารอบมาได้ด้วยการเอาชนะสวีเดนมาอย่างฉิวเฉียดในรอบเพล์ออฟ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเองกับทีมชาติในฐานะกัปตันทีมต่อไป ในการสร้างความสำเร็จให้กับทีมชาติโปรตุเกสของเค้านั่นเอง
ต่อมาเป็นกัปตันจากทีมเจ้าภาพบราซิล ติอาโก้ ซิลวา เค้าถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะแห่งเกมส์รับเลยก็ว่าได้ และเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมชาติบราซิลเข้าสู่ศึกฟุบอลโลกในครั้งนี้ด้วย ถึงแม้ว่าบราซิลจะไม่ต้องลงเล่นในรอบคัดเลือก แต่ความน่ากลัวของทีมชาติบราซิล ภายใต้การนำทีมของ ติอาโก้ ซิลวา ก็ยังถูกsbobetยกให้เป็นหนึ่งในเต็งแชมป์ประจำฟุตบอลโลกในปีนี้นั่นเองครับ
และคนสุดท้ายคือกัปตันพลังไดนาโม สตีเว่น เจอราด เค้าถูกเรียกตัวติดทีมชาติ ในปี 2000 และรับใช้ทีมชาติยาวนานกว่า 14 ปี เจอราด ได้รับความไว้วางใจในฐานะกัปตันทีมในนามสโมสรอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในนามทีมชาติเค้าคือผู้นำปิดทองหลังพระมาโดยตลอดและในที่สุด เจอราดก็ได้รับความไว้วางใจในการเป็นกัปตันทีมครั้งแรกแทนที่ ริโอ เฟอร์ดินาน ในปี 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ละปี 2014 นี้ เจอราดจะเป็นผู้นำพาทีมชาติอังกฤษทวงความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่ ก็ต้องมาตามลุ้นกันต่อไปนะครับผม....

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น